พิษโควิด-19 ทำนักธุรกิจอินเดีย ต้องจ้างคนมาฆ่า หวังเอาเงินประกัน

          ไม่ว่านักธุรกิจประเทศไหนก็กำลังประสบปัญหาธุรกิจล้มเหลวด้วยกันทั้งนั้นเนื่องจากสภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19 และแน่นอนว่านักธุรกิจเหล่านั้นที่ประสบปัญหาบางคนก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

โดยค่อยๆแก้ไขปัญหาทีละขั้นตอนแต่บางคนนั้นก็พ่ายแพ้ให้กับโชคชะตาของตนเองยอมแพ้และไม่ยอมต่อสู้ดังนั้นก็จะมีบางคนที่ฆ่าตัวตายจากปัญหาธุรกิจล้มเหลวอย่างไรก็ตามปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรน่าในประเทศอินเดียกำลังมีปัญหาอย่างหนัก

ซึ่งทำให้นักธุรกิจหลายคนต่างก็ประสบกับความล้มเหลวและมีนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งเขานั้นประสบปัญหาธุรกิจขาดทุนและไม่มีเงินที่จะนำมาใช้หนี้และเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเขาหวังจะจบชีวิตตนเองก็ไม่อยากที่จะสู้ต่อไปแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะทำการฆาตกรรมตนเองได้เนื่องจากว่าเขาไม่มีความกล้ามากพอจึงได้มีการวางแผนให้บุคคลอื่นมาทำการฆาตกรรม

โดยหวังว่าหากเขานั้นเสียชีวิตลงก็จะมีเงินประกันชีวิตที่เขาได้ทำเอาไว้เหลือไว้ให้กับครอบครัวไว้เป็นค่าใช้จ่ายดังนั้นนักธุรกิจชายวัย 40 ปีที่ชื่อว่า  กัวเรฟ  เขาได้มีการติดต่อหาคนที่จะมาฆาตกรรมเขาผ่านทาง facebook โดยเขาสามารถติดต่อคนได้จำนวนทั้งสิ้น 4 คน

ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะมีอาชีพแตกต่างกันออกไปมีทั้งวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำและมีทั้งกลุ่มนักศึกษาหรือพ่อค้าขายผักรวมถึงช่างตัดเสื้อซึ่งแต่ละคนนั้นก็ทำตามแผนที่กัวเรฟ ได้มีการวางเอาไว้แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีคนมาพบศพ กัวเรฟ การเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบสืบสวนคดีอย่างเร่งด่วนโดยเชื่อว่าคดีดังกล่าวนั้นไม่ใช่เป็นการฆ่าตัวตายแน่นอน

ถึงแม้ว่าจะพบศพนั้นถูกแขวนอยู่ใต้ต้นไม้แต่เนื่องจากลักษณะของศพนั้นถูกมัดมือจึงทำเสื้อให้ว่าเขานั้นถูกฆาตกรรมและในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 4 คนได้และทั้ง 4 คนก็ให้การรับสารภาพว่าพวกเขานั้นลงมือกระทำการก่อเหตุดังกล่าวจริงแต่คนที่ต้นคิดเรื่องราวดังกล่าวนั้นกลับเป็นผู้เสียชีวิตเนื่องจากว่าเขาต้องการที่จะนำเงินประกันไปช่วยเหลือครอบครัว

และก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตเขายังมีการกู้เงินไปแล้วราวๆ 2 แสนกว่าบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและนำมาเป็นค่าว่าจ้างให้กับชายทั้ง 4 คนในการฆาตกรรมตัวของเขาเองด้วยอย่างไรก็ตามหลังจากที่ครอบครัวของเขานั้นรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกคนต่างก็รู้สึกโศกเศร้ากับสิ่งที่  กัวเรฟ ได้คิดและทำขึ้นมาโดยทุกคนมองว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่จำเป็นเลยพวกเขาไม่สามารถยอมรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากว่าเสียสมาชิกในครอบครัวไป

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย ใน ประเทศไทย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน พิษโควิด-19 ทำนักธุรกิจอินเดีย ต้องจ้างคนมาฆ่า หวังเอาเงินประกัน

ตำรวจทำงานไม่ประสานกันกลายเป็นศพนิรนามได้

จากคนที่มีชื่อ-นามสกุลเพียงแค่โรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานไม่ประสานกันกลายเป็นศพนิรนามได้

            มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมาจากทางมูลนิธิกระจกเงาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นของผู้ชายคนหนึ่งที่เขาสูญหายออกจากบ้านเป็นระยะเวลาถึง 1 เดือนเต็มๆโดยทางมูลนิธิกระจกเงานั้นได้รับแจ้งจากพ่อของผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวว่าลูกชายของเขานั้นหายตัวออกจากบ้านไปและเขาพยายามเฝ้าติดตามหาด้วยตนเอง

ทั้งไปสอบถามตามสถานีตำรวจและสอบถามตามโรงพยาบาลใกล้บ้านรวมถึงมีการแจ้งความคนหายไว้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านแล้วแต่ก็ยังไม่พบเบาะแสของลูกชายของเขาจนทำให้คุณพ่อของชายคนดังกล่าวนั้นมาขอความช่วยเหลือกับทางมูลนิธิกระจกเงาซึ่งทั้งตัวคุณพ่อเองและตัวทั้งมูลนิธิเองต่างก็พยายามกันประกาศตามหาชายคนดังกล่าวจนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนพ่อของผู้ชายคนดังกล่าวนั้นก็พบว่าลูกชายของตนเองนั้นถูกฝังเป็นศพนิรนามอยู่ที่สุสานในจังหวัดชลบุรี

และเมื่อสืบทราบเกี่ยวกับเรื่องของการตายของลูกชายพ่อของผู้เสียชีวิตกลับพบว่าลูกชายของเขานั้นไม่ได้เสียชีวิตที่จังหวัดชลบุรีแต่เสียชีวิตในกรุงเทพฯและบริเวณที่เสียชีวิตก็คือแถวบริเวณถนนลาดพร้าวโดยมีคนเล่าเหตุการณ์ว่าในช่วงที่ชายคนดังกล่าวนั้นถูกพบตรงบริเวณริมถนนลาดพร้าวนั้นเขายังคงมีลมหายใจอยู่

แต่เนื่องจากว่าอาจจะมีอาการกำเริบนานแล้วและไม่มีใครมาเห็นก็มีคนมาพบจึงได้ประสานงานให้กู้ภัยนำไปส่งโรงพยาบาลแต่เนื่องจากว่าไม่มีเอกสารระบุได้ว่าชายคนดังกล่าวนั้นชื่อนามสกุลอะไรกู้ภัยจึงไม่สามารถส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน

จำเป็นต้องนำตัวไปส่งโรงพยาบาลของรัฐบาลซึ่งห่างจากจุดที่พบผู้ป่วยถึง 20 กิโลเมตรด้วยกันและเมื่อเดินทางไกลประกอบกับโรคกำเริบทำให้เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเพียงไม่กี่ชั่วโมงชายคนดังกล่าวก็เสียชีวิตเส้นทางโรงพยาบาลเองก็ได้มีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับมีคนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอย่างไร

ก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแค่เซ็นเอกสารรับทราบการเสียชีวิตแต่ไม่ได้มีการตรวจสอบก่อนว่าชายที่เสียชีวิตนั้นคือใครมาจากไหนและมีญาติหรือไม่ก็เพียงแค่เซ็นว่ามีคนเสียชีวิตแต่ไม่เคยมีการเช็คประวัติว่ามีการใครติดตามหาผู้สูญหายหรือไม่ทำให้ใช้คนดังกล่าวนั้นถูกส่งศพไปที่สุสาน ไร้ญาติในจังหวัดชลบุรีทันที

ทำให้พ่อของเขานั้นที่ออกตามหาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าลูกชายของตนเองนั้นเสียชีวิตมาเป็นเดือนแล้วอย่างไรก็ตามที่ทางมูลนิธิกระจกเงาได้นำเรื่องนี้ออกมาเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบก็เพียงต้องการบอกให้ประชาชนได้รู้เกี่ยวกับระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและโรงพยาบาลที่ไม่มีการทำงานอย่างรัดกุมและไม่มีความตั้งใจในการทำงานมากพอ

เพราะถ้าหากพวกเขาประสานงานกันสักนิดก็จะสามารถเช็คได้ว่ามีคนหายจากการที่มีญาติของผู้ตายนั้นมาแจ้งความเอาไว้และก็จะสามารถส่งศพไปให้กับครอบครัวของเขาได้เลยแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงแค่รับทราบว่ามีคนตายแต่ไม่ยอมเช็คข้อมูลใดๆจึงทำให้ศพดังกล่าวกลายเป็นคนไร้ญาติกว่าพ่อแม่เขาจะรู้ก็เสียเวลาในการตามหาเป็นเดือน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำรวจทำงานไม่ประสานกันกลายเป็นศพนิรนามได้

มาจอดในบ้านเธอ โดยไม่ขออนุญาติ

หญิงสาว โพสต์หาเจ้าของรถเก๋งสีดำที่เข้ามาจอดในบ้านเธอ โดยไม่ขออนุญาติ

             มีผู้ใช้ Facebook  คนหนึ่งเธอได้ออกมาโพสต์ข้อความตามหาเจ้าของรถเก๋งคันสีดำซึ่งเธอได้มีการถ่ายภาพรถเก๋งคันดังกล่าวที่จอดอยู่ภายในบริเวณบ้านหลังหนึ่งโดยระบุว่าบ้านหลังเก่านั้นเป็นบ้านของเธอเองซึ่งบ้านหลังนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่เสร็จ

จึงทำให้ยังไม่มีใครที่จะมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้โดยเธอระบุว่าเธอได้มีการมาดูแลความเรียบร้อยของบ้านของเธอเมื่อถึงเธอพบว่ามีรถเก๋งคันนึงมาจอดอยู่ในพื้นที่บ้านของเธอซึ่งรถคันดังกล่าวนั้นเธอไม่รู้ว่าเป็นรถของใครเพราะบ้านของเธอนั้นถูกสร้างอยู่กลางทุ่งนา

และไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ใกล้ๆเลยที่สำคัญเธอไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนที่จะเอารถมาจอดไว้และไม่มีใครมาขออนุญาตเธอด้วยเธอจึงได้ถ่ายภาพรถเก๋งคันดังกล่าวนั้นแต่ไว้ใน Facebook เพื่อให้มีการแชร์ต่อๆกันไปเพื่อตามหาเจ้าของให้มาถอยรถออกจากบ้านของเธอด้วยอย่างไรก็ตามเธอได้มีการไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเพิ่มเติมด้วยโดยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นช่วยติดตามหาเจ้าของรถเก๋งคัน

ดังกล่าวเนื่องจากว่าเธอไม่พอใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าของรถเก๋งที่นำรถของตนเองมาจอดในบ้านของคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเสียก่อนอย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็พบว่าเจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าวนั้นได้รีบวิ่งออกมาจากทางด้านทุ่งนาทางด้านหลังบ้านของหญิงสาวคนดังกล่าวพร้อมกับมาถอยรถออกและบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเพิ่งมาจอดครั้งนี้

เป็นครั้งแรกและได้มีการเคลียร์กับเจ้าของบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นชายคนนั้นก็ได้มีการถอยรถออกไปและไปจอดไว้ด้านข้างริมถนนแทนอย่างไรก็ตามเธอได้มีการโพสต์ Facebook เพิ่มเติมว่าตอนนี้เจ้าของรถไม่มีการนำรถออกไปจอดไว้ริมถนนแล้วแต่เธอก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับผู้ชายคนดังกล่าวว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเอารถมาจอดไว้ในบ้านของเธอ

ทำไมและเขาเป็นใครเพราะเธอยังไม่ได้เห็นหน้าเขาเลยซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกว่าชายคนนั้นได้มีการคุยกับเธอเรียบร้อยแล้วซึ่งเคยยืนยันว่าตัวเธอนั้นยังไม่เคยเจอชายคนดังกล่าวและไม่ได้คุยกันแต่อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้ติดใจอะไรแต่ขอว่าครั้งต่อไปไม่ให้มาจอดรถภายในบ้านของเธออย่างเด็ดขาด

           สำหรับเรื่องนี้เจ้าของรถเก๋งเรียกได้ว่าไม่มีมารยาทเลยก็ว่าได้เพราะจากภาพที่เห็นจะเห็นได้ว่าเขาเข้าไปต่อในโรงจอดรถของตัวบ้านเลยทีเดียวไม่ได้จอดฝากไว้แค่บริเวณหน้าบ้านเท่านั้นซึ่งเจ้าของบ้านนั้นควรจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกเพื่อที่ครั้งต่อไปนั้นเขาจะได้เข็ดหลาบและไม่ไปทำกับที่ไหนอีก

 

สนับสนุนโดย  sagame1688

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน มาจอดในบ้านเธอ โดยไม่ขออนุญาติ

น้อง มายด์ยอมรับฆ่าแฟนหนุ่มเพราะหึงหวง 

           จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้พบศพชายคนหนึ่งถูกฆ่าตายในห้องเช่าที่จังหวัดขอนแก่นซึ่งต่อมานั้นมีการสันนิษฐานกันว่าผู้เสียชีวิตนั้นน่าจะถูกแฟนที่อยู่ห้องเช่าด้วยกันฆาตกรรมเนื่องจากว่าหลังจากที่มีการพบศพผู้เสียชีวิตแฟนของผู้เสียชีวิตก็หายออกจากห้องเช่าทันทีซึ่งเบื้องต้นนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบมาว่าแฟนของผู้เสียชีวิตนั้นเป็นสาวประเภทสองมีชื่อเรียกกันว่าน้องมายด์หรือนายธัญญ์ฐิชาอายุ 28 ปีดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามตามหาตัวน้องมายด์เพื่อมาสอบปากคำและดำเนินคดีตั้งแต่วันที่พบศพของชายคนดังกล่าวจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถทำตัวน้องใหม่มาได้จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถติดตามตัวน้องมายด์มาดำเนินคดีได้

โดยไม่มีการสอบปากคำน้องมายซึ่งขณะนั้นอยู่ในอาการร้องไห้อยู่ตลอดเวลาและมีพ่อกับแม่ของน้องมายด์คอยอยู่ด้านข้างน้องมายด์อย่างใกล้ชิดในตอนแรกนั้นน้องมายให้การปฏิเสธเรื่องของการฆ่าแฟนหนุ่มแต่ในที่สุดเมื่อมีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สักพักเธอก็ออกมายอมรับสารภาพว่าเธอเป็นคนที่ลงมือฆ่าแฟนหนุ่มเองเนื่องจากว่าแฟนของเธอนั้น

ได้ทำร้ายจิตใจเธอด้วยการพูดคุยโทรศัพท์กับแฟนใหม่ต่อหน้าเธอทั้งๆที่เธอก็นั่งอยู่ตรงนั้นและไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งแรกเท่านั้นแต่ถ้าหนุ่มของเธอยังทำแบบนี้มาหลายครั้งเคยทะเลาะกันและเลิกกันมาแล้วก็หลายรอบแต่ก็สามารถกลับมาคืนดีกันได้

ซึ่งครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุนั้นแฟนของเธอก็คุยโทรศัพท์กับคนอื่นอีกทำให้เกิดการทะเลาะกันและทำให้เธอทั้งมือด้วยความโมโหจึงฆ่าแฟนหนุ่มตายหลังจากนั้นด้วยความตกใจ เธอถึงได้หลบหนีออกจากห้องเช่าและนั่งรถสองแถวเดินทางไปที่จังหวัดพิษณุโลกซึ่งเมื่อไปถึงที่นั่นเธอไม่รู้จะทำอะไรเธอจึงได้นั่งรถต่อไปที่จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งแต่เมื่อไปถึงเชียงใหม่

เธอก็ไม่รู้จักใครและไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกันจึงได้นั่งรถย้อนกลับมาแล้วขึ้นไปที่กรุงเทพฯซึ่งไปลงรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิหลังจากนั้นจึงได้ทำการเช่าห้องพักอยู่ด้วยเงินของเธอที่ค่อนข้างร่อยหรอลงทุกทีและเธอไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนหรือพ่อแม่เลยจึงทำให้เงินเริ่มหมดเธอจึงนำทองที่มีอยู่ติดตัวไปขายและนำเงินมาใช้

ซึ่งทางเจ้าของห้องเช่าเองก็อนุญาตให้เธอเช่าเป็นแบบรายวันไม่กี่วันเท่านั้นเพราะว่าเธอไม่มีบัตรประชาชนจึงไม่สามารถเช่าแบบรายเดือนได้แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอเช่าห้องอยู่ที่อนุสาวรีย์ได้ไม่นานเธอก็ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้เบื้องต้นเธอไม่ต้องการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทำใจไม่ได้ที่ลงมือฆ่าแฟนตนเองเพราะยังรักอยู่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน น้อง มายด์ยอมรับฆ่าแฟนหนุ่มเพราะหึงหวง 

โรคจิตขโมยกางเกงในหลานสาว

ยายเข้าบ้านเห็นโรคจิตขโมยกางเกงในหลานสาวไปต่อหน้าต่อตาแถมดมเย้ยอีกต่างหาก 

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานีโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านทาวเฮ้าส์ซึ่งเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 10:00 นเจ้าของบ้านชื่อว่านางสวาทอายุประมาณ 74 ปีได้มีการแจ้งเรื่องไว้กับผู้ใหญ่บ้านและร้องเรียนมาทางผู้สื่อข่าว

เพื่อแจ้งเตือนภัยโดยคุณยายสวาทได้เล่าให้กับนักข่าวฟังว่าบ้านของคุณยายสวาทนั้นมีอยู่ด้วยกัน 5 คนซึ่งมีคุณยายเป็นคนดูแลหลานๆอีก 4 คนโดยมีหลานสาว 2 คนและหลานชาย 2 คนโดยในช่วงเช้านี้หลานๆได้พากันซักเสื้อผ้าแล้วตากไว้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังจากนั้นหลานๆทั้ง 3 คน

ก็พากันออกไปทำงานที่บ้านจึงเหลือคุณยายและก็หลานชายคนสุดท้องอายุ 3 ขวบซึ่งช่วงประมาณสายๆสัก 10:00 น ขณะที่คุณยายและหลานชายวัย 3 ขวบกำลังนั่งเล่นกันอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งสูงขนาด 170 เซนติเมตรใส่เสื้อสีขาวขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาที่บ้านของคุณยายหลังจากขับผ่านไปแล้วสังเกตว่าได้ขับย้อนกลับมาอีกรอบนึง

หลังจากนั้นก็จอดรถบริเวณหน้าบ้านคุณยายแล้วอยู่ๆชายเสื้อสีขาวคนดังกล่าวก็เดินมาที่ราวตากผ้าพร้อมกับหยิบกางเกงในของหลานสาวของไป 2 ตัวเมื่อคืนไงสอบถามว่าเอาไปทำอะไรชายคนดังกล่าวก็หันมาหาแล้วดมกางเกงในให้คุณไปเห็นต่อหน้าต่อตาคุณยายจึงไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นหลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ขับรถจักรยานหนีออกไป

ซึ่งเมื่อเพื่อนบ้านได้ยินเสียงคุณยายร้องโวยวายก็พากันออกมาสอบถามซึ่งได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังและพาแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบซึ่งเราเองก็อยากจะรู้ว่าชายคนดังกล่าวนั้นจะเอากางเกงในของหลานสาวคุณนายไปทำอะไร

เพราะถ้าเอาไปหลานสาวของนายก็ต้องเสียเงินซื้อกางเกงในใหม่อีกทำให้คุณยายนั้นต้องทำการร้องเรียนมาที่นักข่าวเพื่อเป็นการบอกกล่าวให้คนรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับคนในจังหวัดปทุมธานีว่าขณะนี้มีโรคจิตกำลังออกอาละวาดขโมยกางเกงในอีกทั้งยังสามารถที่จะขโมยต่อหน้าต่อตา

ทางเจ้าของอีกด้วยจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการติดตามชายโรคจิตมาดำเนินคดีให้ได้เพราะไม่อยากให้คนอื่นนั้นต้องได้รับความเดือดร้อนจากชายโรคจิตคนดังกล่าวอีก

   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์คนโรคจิตที่ชอบมาขโมย ชั้นในของชาวบ้านนั้นมักจะพบเห็นกันอยู่เป็นประจำและถึงแม้จะถูกจับกุมแล้วแต่ก็ยังมีมาให้เห็นอยู่เนืองดังนั้นหลายๆคนหากจะมีการซักชุดชั้นในปากควรตากไว้ภายในบริเวณบ้านพักของตนเองจะปลอดภัยมากที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน โรคจิตขโมยกางเกงในหลานสาว

หนุ่มอินโดหัวใจสลาย พบรักกันแฟนทางออนไลน์

หนุ่มอินโดหัวใจสลาย พบรักกันแฟนทางออนไลน์สุดท้ายแต่งงานกันจึงรู้ว่าเธอเป็นผู้ชาย 

เว็บไซต์ข่าวของประเทศอินโดนีเซียได้มีการรายงานข่าวเมื่อวันที่ 9 เดือนมิถุนายน  ปีพ. ศ. 2563   เกี่ยวกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีชื่อว่ามุห์  ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าเขาได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่งผ่านทางระบบออนไลน์ดูหญิงสาวคนดังกล่าวมีชื่อว่า มิตะ

คนทั้งคู่อกเข้าใจ มีความสนิทสนมกันจนในที่สุดก็ตัดสินใจคบหากันเป็นแฟน หลังจากที่ทั้งคู่ เป็นแฟนกันแล้วก็ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน ซึ่ง มุห์ได้พบภรรยาของเขาครั้งแรกในวันแต่งงานก็คือวันที่ 2 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 นี้เอง 

และในตอนที่เจอหน้ากันนั้นเราก็ยังคงคิดว่าภรรยาของเขานั้นเป็นผู้หญิงเราว่าหญิงสาวแต่งตัวมาหาเขาด้วยการนำผ้าคลุมหน้าปิดจนเหลือเห็นแค่ดวงตาอย่างเดียวเท่านั้นหลังจากพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปก็ถึงช่วงเวลาที่จะต้องส่งตัวเข้าหอภรรยาของเขาไม่ยอมที่จะนอนและมีเพศสัมพันธ์กับเขาซึ่งแน่นอนว่าเขาคิดว่าเธอนะนายจึงรอให้เธอพร้อมแต่พอคืนที่สองของเขาก็ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กับเขาอีก

  และที่สำคัญ ภรรยาของเขาขอเลิกกับเขา แล้วเธอก็ขนข้าวของย้ายกลับไปอยู่บ้านของเธอจึงทำให้เขาแปลกใจมากว่าเพราะอะไรแต่อย่างไรก็ตามเขาก็พยายามงอนง้อขอคืนดีกับภรรยาของเขาด้วยเขานั้นหาที่อยู่ของภรรยาของเขาตามข้อมูลทะเบียนบ้าน

ซึ่งเมื่อเขาเป็นคนก็พบว่าที่ทะเบียนบ้านของภรรยาของเขานั้นไม่มีชื่อของหญิงสาว มิตะ เลยมีแต่ชื่อของผู้ชายที่ชื่อมิต จนในที่สุดเขาก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดว่าภรรยาของเขาที่ชื่อมิตะนั้นไม่มีอยู่จริงมีเพียงชายหนุ่มที่ชื่อว่ามิต แต่ในที่สุดเขาก็รู้ตัวว่าเขางั้น

โดนชายหนุ่มที่ชื่อว่ามิตรหลอกเป็นผู้หญิงมาโดยตลอดแน่นอนว่าความรักของเขากับภรรยานั้นต้องตกลงเขารู้สึกหัวใจสลายในที่สุดเขาก็แจ้งความดำเนินคดีกับชายคนที่ชื่อว่ามิตพร้อมกับทำเรื่องขออีกฝ่ายอย่าทันทีซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องราวที่โด่งดังอย่างมากในประเทศอินโดนีเซียอยู่ในขณะนี้

       กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่รู้ว่าคนชื่อ มิต นั้น ทำไมถึงต้องตัดสินใจที่จะแต่งงานกับ มุหฺ์ หากว่าเขาไม่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตนเองแต่เขาไม่กล้าที่จะเปิดเผยตัวตนว่าตนเองนั้นไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่ควรที่จะแต่งงานให้มีการจัดงานใหญ่โตตั้งแต่แรกที่สำคัญ

ทำไมพ่อแม่ของมิตะยินยอมให้ลูกของตนเองมาจัดงานแต่งงานอ่านเรื่องราวดังกล่าวไปแล้วก็ดูเหมือนมันอาจจะเหนือความเป็นจริงแต่ในโลกออนไลน์นั้นผู้คนก็มักจะสวมใส่หน้ากากเข้าหากันอยู่แล้วดังนั้นเวลาที่เราเจอใครในโลกออนไลน์อย่าคิดว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมดให้เหลือใจเอาไว้บ้างจะได้ไม่เจ็บใจภายหลัง

 

สนับสนุนโดย  sagame66

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน หนุ่มอินโดหัวใจสลาย พบรักกันแฟนทางออนไลน์

นายอนุทิน  ชาญวีระกุล นั่งกินข้าวจานเดียวกับคณะทำงาน

เมื่อนายอนุทินผู้นำการใช้ Social distancing กลับมีภาพนั่งกินข้าวจานเดียวกับคณะทำงาน

             ในโลกออนไลน์ได้มีการนำภาพจาก Facebook ของบุคคลคนหนึ่งซึ่งได้มีการโพสต์ลงใน Facebook ส่วนตัวของตนเองกล่าวแสดงความขอบคุณคณะทำงานของนายอนุทิน  ชาญวีระกุล  และตัวนายอนุทินเองก็ได้ไปด้วย

ซึ่งนายอนุทิน  ขณะนี้นั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอย่างไรก็ตามภาพที่มีการใช้เห็นในโลกออนไลน์นั่นก็คือภาพที่คณะทำงานของนายอนุทินซึ่งมีจำนวนเกือบ 20 คนได้นั่งกินอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารริมทะเลแห่งหนึ่งโดยที่ทุกคนนั่งรวมกันอยู่ในโต๊ะเดียว

และนั่งเก้าอี้ติดกันทำให้ชาวเน็ตที่เข้ามาเห็นรูปดังกล่าวต่างก็พากันวิจารณ์ถึงภาพดังกล่าวเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าขณะนี้ประเทศไทยนั้นกำลังมีสถานการณ์ของโรคระบาดของไวรัสโคโรน่าและตัวนายอนุทินเองก็เป็นผู้นำในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าโดยทั้งนายอนุทินและทางรัฐบาลได้มีการกำชับประชาชนและบุคคลทุกคนในประเทศไทยให้มีการใช้การอยู่ร่วมกัน

ในสังคมแบบ Social distancingแต่จากภาพที่เห็นที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ในขณะนี้ทุกคนนั่งติดกันใกล้ชิดกันและแต่ละคนนั้นก็ไม่มีใครสนใส่หน้ากากอนามัยเลยซึ่งถ้าหากผู้นำการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนายังไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองบอกให้ทุกคนทำแล้วทุกคนจะทำได้อย่างไรถ้าหากมีใครมาเห็นภาพดังกล่าวซึ่งภาพที่มีการโพสต์และมีการวิจารณ์กันมากในขณะนี้

ได้มีการออกมาเปิดเผยเมื่อประมาณวันที่ 3 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 นี้เองซึ่งภาพที่เห็นที่มีการแชร์กันนั้นทุกคนในคณะจะมีการนั่งใกล้ชิดติดกันมากและที่สำคัญในรูปภาพจะเห็นเหมือนกับว่าแต่ละคนนั้นในการตักอาหารจากจานเดียวกันไม่มีการแบ่งอาหารนั่งทานห่างกันเหมือนกับที่มีการออกกฎให้ประชาชนทำเลยสำหรับรูปภาพของนายอนุทินและคณะที่ไปนั่งกินอาหารที่ร้านอาหารริมทะเล

โดยนั่งติดกันนั้นได้มีการโพสต์ทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เดือนพฤษภาคมปีพศ2563 ซึ่งหลังจากที่โลกออนไลน์ได้นำภาพนี้มาแชร์และวิจารณ์กันอย่างหนักทำให้เจ้าของ Facebook ที่มีการโพสต์ภาพในครั้งแรกนั้นรีบทำการลบภาพใน Facebook ของตัวเอง

ทิ้งทันทีซึ่งไม่แน่ใจว่าสาเหตุที่ทางเจ้าของ Facebook คนแรกที่มีการโพสต์ได้ลบรูปภาพนั้นออกเป็นเพราะคนในโลกออนไลน์วิจารณ์กันอย่างหนักหรือว่าเป็นเพราะมีคนที่อยู่เบื้องสูงสั่งลบก็ไม่แน่ใจเหมือนกันอย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นผู้นำและคิดจะสั่งให้บุคคลอื่นทำอะไร

ก็แล้วแต่และต้องการให้ทุกคนปฏิบัติตามสิ่งที่ตัวเองสั่งแล้วแล้วก็สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องมีการทำให้คนอื่นเห็นว่าคำสั่งของตนเองนั้นคนที่สั่งก็สามารถปฏิบัติตามได้เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน นายอนุทิน  ชาญวีระกุล นั่งกินข้าวจานเดียวกับคณะทำงาน

หมอช่วยชีวิตคนงานพม่าใช้ปากคาบปลาหมอจนหลุดเข้าคอ

         วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ได้มี Facebook ของคณะแพทย์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลกระบี่ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอที่น่าหวาดเสียวเป็นคลิปวีดีโอที่คณะแพทย์กำลังช่วยกันดึงปลาหมอออกจากปากของคนไข้ชายคนหนึ่งซึ่งคลิปนี้เป็นคลิปที่มีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์อย่างไรก็ดีจากที่ดังกล่าวนั้นทำให้ทราบว่ามีคนไข้ชาวพม่าคนหนึ่งได้ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลด้วย

อาการของปลาหมอตัวเป็นๆหลุดเข้าไปในปากซึ่งโชคดีมากที่คณะแพทย์สามารถช่วยเหลือชายชาวพม่าคนดังกล่าวได้แต่กว่าจะช่วยเหลือได้ก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการที่จะดึงปลาหมอปากเนื่องจากว่ามันพยายามดิ้นรนหนี

ซึ่งยีนเด่นมันก็จะยิ่งเข้าไปในคอลึกมากขึ้นไปอีกและบริเวณครีบของปลาก็แทงคอของชาวพม่าจนเลือดไหลออกเป็นปริมาณมากสร้างความหวาดเสียวให้กับคณะแพทย์และคนที่เห็นเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามในที่สุดก็ได้ทำการช่วยเหลือชาวพม่าได้สำเร็จ

และในขณะนี้อยู่อาการปลอดภัยเรียบร้อยแล้วจากการตรวจสอบปานนั้นสภาพปลาที่ออกมานั้นมีลักษณะของหางขาดวัดจากลำตัวที่เหลือได้มีความยาวถึง 10 เซนติเมตรด้วยกันและจากการสอบถามพูดคุยกับผู้บาดเจ็บทราบว่าผู้นั้นมีการไปหาปลาในหนองน้ำแต่เนื่องจากเกิดอยากได้ปลาทีเดียวพร้อมกัน 2 ตัวจับปลาตัวนึงได้และเห็นอีกตัวนึงว่าให้มาจึงได้รีบเอาปลาที่จับได้ตัวแรกนั้นข้าไปในปาก

เพื่อหวังที่จะเอามือให้ว่างแล้วจะไปอีกตัวหนึ่งแต่ระหว่างนั้นปลาเกิดดิ้นจนหลุดเข้าไปในปากแล้วไหลเข้าไปตามลำคอจึงทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่บริเวณลำคอเนื่องจากว่าปลาดิ้นและรีบของปลานั้นแทงบริเวณภายในลำคอจนได้รับบาดเจ็บทำให้คนไข้นั้นดิ้นทุรนทุรายต้องการกันส่งโรงพยาบาล 

          สำหรับชายที่ป่วยปลาหมอติดคอนั้นทราบว่าเป็นชาวพม่าอายุเพียง 15 ปีเท่านั้นซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 โดยหลังจากที่ทางคณะแพทย์ได้ช่วยเหลือเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาก็สามารถที่จะรักษาตัวแล้วตอนนี้ก็เดินทางกลับบ้านได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งทางคุณหมอเองก็ได้มีการออกมาแชร์คลิปดังกล่าวพร้อมกับมีการฝากเตือนให้กับประชาชนด้วยว่าเราไม่ควรที่จะเอาปลาที่ยังไม่เสียชีวิตนั้นเข้าปากไว้เป็นอันขาด

เนื่องจากว่าปลานั้นเมื่อไม่ได้อยู่ในน้ำมันก็จะมีอาการดิ้นซึ่งหากพลาดไปมันอาจจะทำให้ปานนั้นหลุดเข้าไปในคอของเราแล้วดินเข้าไปจนถึงหลอดลมซึ่งถ้าหากปลาไปติดที่หลอดลมแล้วแล้วก็ค่อนข้างเอาออกยากและอันตรายถึงชีวิตได้โดยเฉพาะปลาที่มีครีบก้างอยู่ด้านข้างจะทำให้เอาออกยากมากเป็นพิเศษอีกทั้งทางโรงพยาบาลยังฝากเตือนประชาชนว่าการกินปลานั้นควรจะดูให้เรียบร้อย

เนื่องจากว่าทางโรงพยาบาลมักจะพบผู้ป่วยนั้นก้างติดคอมารักษาตัวอยู่เป็นประจำแต่สำหรับใครที่มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของการติดคอไว้ให้ดื่มน้ำมะนาวหรือแม้แต่ให้กินกล้วยเข้าไปนั้นแนะนำว่าไม่ควรทำหากไม่ติดคอก็ให้มาที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาจะดีที่สุดเพราะอันตรายน้อยกว่ารักษากันเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน หมอช่วยชีวิตคนงานพม่าใช้ปากคาบปลาหมอจนหลุดเข้าคอ

ดราม่านายกเล็กจังหวัดร้อยเอ็ด

ดราม่านายกเล็กจังหวัดร้อยเอ็ด ตบหนุ่มคลั่งใช้มีดแทงแม่ตัวเอง และทำร้ายพ่อที่ป่วยอัมพาต

       ในโลกออนไลน์กำลังมีกระแสดราม่าเกิดขึ้นเมื่อ Facebook ชื่อดังเพจหนึ่งได้มีการลงคลิปวีดีโอเป็นภาพที่ชายคนหนึ่งสูงเครื่องแบบในชุดกากีซึ่งดูแล้วก็คือเป็นคนในราชการกำลังทำร้ายข่มขู่ตบตีใช้เสื้อสีขาวอยู่ซึ่งเรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดหลังจากที่ภาพนี้เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วทั้งด้านนักข่าวจึงได้มีการตรวจสอบหาข้อมูลว่าใช้ในคลิปนั้นเป็นใครเจ้าหน้าที่สุด

ก็ทราบว่าชายคนดังกล่าวนั้นเป็นนายก อบต.จังหวัดร้อยเอ็ดนั่นเองชื่อว่านายชัยยศ   ชัยพฤกษ์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลอุ่มเม้า เมื่อนักข่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดนายกเทศมนตรีก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าเหตุการณ์ที่อยู่ในคลิปนั้นเป็นภาพของตนเองจริงๆ

โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นตนเองและเจ้าหน้าที่ของ อบต.ท่านอื่นเข้าไปช่วยกันระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2563

ช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นคือช่วงประมาณ 16:00 น.นั่นเองซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากพี่ว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีหญิงชราอยู่คนหนึ่งอยู่กับสามีที่ป่วยเป็นอัมพาตและมีลูกชายอยู่ด้วยอีกคนอายุ 36 ปีชื่อว่านายหนุ่ยซึ่งในวันนั้นนายหนุ่ยเกิดเมาอาละวาดเนื่องจากคลั่งยาเสพติดเพราะนายหนุ่ยนั้นเป็นคนที่ติดยาเสพติดเคยพาไปรักษาตัวหลายครั้งแล้วแต่เมื่อออกมาก็มาติดยาเสพติดอีก

ซึ่งวันดังกล่าวนั้นเกิดมีอาการหลอนและมีอาการทะเลาะกับแม่ของตนเองจึงได้ก่อเหตุใช้ไม้ตีพ่อที่นอนป่วยเป็นอัมพาตอยู่เนื่องจากไม่พอใจแม่และยังได้ใช้มีดที่มีอยู่ภายในบ้านพักพยายามไล่แทงแม่ซึ่งเมื่อทางนายก อบต. ทราบเรื่องจึงได้พากันมาเพื่อทำการระงับเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจึงได้ทำการตบหน้านายหนุ่ยไป 1 ครั้งเพื่อทำการอบรมสั่งสอน

พร้อมทั้งข่มขู่ไม่ให้นายหนุ่ยทำร้ายพ่อแม่ของตนเองอีกซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทางนายก อบต. ยืนยันว่าตนเองทำไปนั้นเพราะรักนายหนุ่ยเหมือนลูกเหมือนหลานจึงได้มีการอบรมสั่งสอนและผู้ร้ายข่มขู่ไม่ให้นายหนุ่ยนั้นทำผิด ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นแม่ของนายหนุ่ยนั้นได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวีดีโอแล้วกำลังเป็นที่โด่งดังนี้มีกระแสออกมาทางด้านลบ

เกี่ยวกับตัวนายกเทศมนตรีเองที่ไปทำแบบนั้นกับชาวบ้านซึ่งตัวนายกเทศมนตรีเองก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเนื่องจากว่าตนเองทำไปเพราะหวังดีกับครอบครัวดังกล่าวยังไรก็ตามหลังจากมีข่าวออกมาทางด้านต้นสังกัดยังไม่ได้มีการเรียก นายก อบต. ไปสอบสวนแต่อย่างได

 

สนับสนุนโดย  บา คา ร่า sagame

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ดราม่านายกเล็กจังหวัดร้อยเอ็ด

ชายโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงบอกไม่ได้ตั้งใจอยากขอโอกาสแก้ตัว

 

      เมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคมพศ2563 ช่วงเวลาประมาณ 11:00 นของวันดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางสาวบี เลยโทรมาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีชายคนหนึ่งลักษณะมีผมสีทองได้แอบถ่ายภาพใต้กระโปรงเธอในบริเวณลิฟท์แห่งหนึ่งซึ่งขณะนั้นเธอเห็นเหตุการณ์พอดีจึงได้พูดคุยกับผู้ชายคนดังกล่าวขอให้ชายคนดังกล่าวนั้นลบภาพเหล่านั้นทิ้งแต่ชายคนนั้นกลับไม่ยอมลบแต่ได้มีการวิ่งหนีออกจากลิฟต์ไปซึ่งเธอได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดดังกล่าวและขอภาพจากกล้องวงจรปิดไปในลิฟท์

เพื่อนำไปเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมชายคนดังกล่าวจนกระทั่งวันที่ 30 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถสืบพบเจอว่าชายคนดังกล่าวนั้นชื่อว่านายเอก   เขาได้เดินทางเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจสภเมืองนนทบุรีโดยเขาระบุกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าขณะนี้เขารู้สึกและสำนึกผิดแล้วที่ก่อเหตุดังกล่าวเขาอยากจะขอโอกาสแก้ตัว

และขอโทษคู่กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากให้ทางนั้นเอาผิดอย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำอะไรการเรียบร้อยแล้วแล้วก็อาจจะมีข้อหาอื่นตามมาเพิ่มเติม

            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับสาวๆเป็นอย่างมากซึ่งชายคนดังกล่าวนั้นมีพฤติกรรมที่ทำให้เห็นเลยว่าตนเองนั้นมีการถ่ายคลิปไว้และเมื่อทางเจ้าของคลิปลบก็ไม่ยอมลบซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวนั้นได้มีพฤติกรรมแบบนี้มาแล้วกี่ครั้ง

แต่ถ้าเกิดว่ายอมความไม่เอาผิดก็อาจจะเป็นไปได้ว่าชายคนดังกล่าวอาจจะไปก่อเหตุแบบนี้กับคนอื่นอีกดังนั้นทางที่ดีหากใครก็ตามที่เจอพฤติกรรมของชายโรคจิตแบบนี้ควรหาหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอามาลงโทษให้ได้อย่าปล่อยให้พวกโรคจิตเหล่านี้ไปทำกับคนอื่นอีกและเราไม่จำเป็นต้องกลัวพวกโรคจิตเหล่านี้เพราะมีผู้หญิงบางคนที่เป็นพวกโรคจิต

ก่อกวนก็เกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าแจ้งความดังนั้นสิ่งที่เราควรทำมากที่สุดก็คือพยายามหาหลักฐานหน้าตาและถ่ายรูปแล้วนำรูปนางกลับไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตอนนี้จะได้ไม่ไปทำกับคนอื่นอีกครั้งนี้

สิ่งที่นางสาวบีทำนั้นถูกต้องและควรเป็นตัวอย่างให้กับหญิงสาวคนอื่นๆก็ทำตามบ้างว่าอย่ากลัวพวกโรคจิตที่มาแอบถ่ายรูปเราเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดเราต้องดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้เพื่อให้บุคคลเหล่านี้นั้นเข็ดหลาบแล้วไม่ไปทำกับคนอื่นนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สมัครsagame

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ชายโรคจิตแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิงบอกไม่ได้ตั้งใจอยากขอโอกาสแก้ตัว