เดินมาชนไหล่หลังจากนั้นก็รัวหมัดทั้งเตะทั้งต่อย

เป็นงงเมื่อสาวโรงงาน เดินอยู่ดีๆมีชายหนุ่มเดินมาชนไหล่หลังจากนั้นก็รัวหมัดทั้งเตะทั้งต่อยใส่เธอไม่ยั้ง 

             กำลังมีการแชร์ภาพผ่านทาง Facebook ของหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเธอระบุว่าเธอเป็นพนักงานจากโรงงานแห่งหนึ่งโดยเธอกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาดนัดอยู่ดีๆซึ่งระหว่างที่เธอกำลังกำลังหมุนตัวเพื่อจะเดินย้อนกลับไปเส้นทางเดิมนั้นปรากฏว่าเธอได้มีการชนกับผู้ชายคนหนึ่งโดยเอาหัวไหล่มากระแทกชนกันซึ่งหลังจากที่มีการชนกันแล้ว

ก็ได้มีการขอโทษแต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับทำร้ายเธอด้วยการทั้งเตะและต่อยใส่เธอแบบไม่ยั้งจนเธอได้รับบาดเจ็บเหตุการณ์ในครั้งนี้ระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ซึ่งเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นเวลาเกิดเหตุในช่วงตอนเช้าประมาณสัก 9 โมงครึ่งนั้นเอง

หญิงสาวรายนี้ระบุว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นตลาดแถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเธอบอกว่าเธอได้มาเดินที่ตลาดหัวรอก่อนที่เธอจะเดินทางไปทำงานเถอะแวะมาซื้อกับข้าวที่ตลาดนี้ซึ่งปกติแล้วเธอมาเดินที่ตลาดนี้อยู่เป็นประจำแต่ในวันเกิดเหตุนั้นขณะที่เธอกำลังเดินเลือกซื้อกับข้าวอยู่นั้นมีความตั้งใจที่จะเดินย้อนกลับไปเส้นทางเดิมเพื่อกลับไปเลือกซื้อกับข้าวอีกร้านหนึ่ง

ซึ่งระหว่างนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาที่เธอและเธอรู้สึกว่าเขาตั้งใจที่จะเดินมาชนเธอไม่มีการเอาหัวไหลมาชนกันหลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็ทำร้ายเธอโดยที่เธอเองไม่สามารถสู้แรงได้เลยผู้ชายคนนั้นทำร้ายเธอทั้งเตะทั้งต่อยเลยเธอถูกทำร้ายทั้งใบหน้าและลำตัวขณะที่เธอก็เหมาะกับพื้นเขาก็ยังคงทำร้ายเธอไม่หยุดซึ่งระหว่างที่ทำร้ายเธอนั้นผู้ชายคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า

แล้วจะไปเดินชนไหล่เขาแล้วไม่ยอมขอโทษไม่ทำร้ายเธอเสร็จเรียบร้อยแล้วชายคนดังกล่าวก็เดินหนีออกไปชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงพากันมาช่วยนำเธอไปแจ้งตำรวจซึ่งก่อนหน้านั้นมีคนโทรแจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุแล้วแต่กว่าตำรวจจะมาถึงคนร้ายก็ได้หลบหนีไปแล้วและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็หาตัวคนร้ายไม่เจอชาวบ้านในพื้นที่บอกว่ายายของผู้ชายคนนั้น

ได้มาพาตัวผู้ชายคนนั้นออกไปตลาดไปเรียบร้อยแล้วก่อนที่ตำรวจจะมาซึ่งตอนนี้เธอสามารถรู้ตัวคนร้ายแล้วว่าชื่ออะไรเนื่องจากว่าคนในตลาดได้บอกว่าจริงๆแล้วใช้คนดังกล่าวนั้นมีบ้านอยู่ในตลาดหัวเราะนั่นเองซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเข้าไปจากกลุ่มชายคนหนึ่งที่ชื่อว่านายตี๋

โดยทางญาติของนายตี๋นั้นออกมาบอกว่าจริงๆแล้วในปีนั้นเป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจำเป็นที่จะต้องกินยาอยู่เป็นประจำสำหรับวันที่ในที่เอาไปออกอะไรวะที่ตลาดนั้นสาเหตุเนื่องมาจากว่าไอ้ตี๋ได้มีการทะเลาะกับคนในบ้านไม่เป็นไรเสร็จแล้วก็เดินไปที่ตลาดแล้วก็ไปก่อเหตุทำร้ายคนอื่นนั่นเองซึ่งตอนนี้ทางญาติมีการตัดสินใจว่าจะมีการส่งตัวในสีไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญาเรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย  sagame888

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ | ปิดความเห็น บน เดินมาชนไหล่หลังจากนั้นก็รัวหมัดทั้งเตะทั้งต่อย

ตำรวจจับกุมชายชาวอินเดียปล่อยงูให้ไปกัดเมียตอนเมียหลับ 

            มีรายงานข่าวออกมาจากสื่อของประเทศอินเดียกับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมสามีของหญิงสาวรายหนึ่งชื่อว่านายสุรัตน์เลยเขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในข้อหาฆาตกรรมอำพรางภรรยาของตนเองโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดมาจากที่ภรรยาของนายสุรัตน์นั้นเสียชีวิต

จากการถูกงูเห่ากัดตายภายในห้องนอนซึ่งพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบนายสุรัตน์เนื่องจากสงสัยว่านายสุรัตน์นั้นจะเป็นคนนำงูเห่ามาปล่อยให้กับเมียตนเองจนเสียชีวิต เนื่องจากพบว่าหลังจากที่ภรรยาของนายสุรัตน์เสียชีวิตเรียบร้อยแล้วนั้นก็รีบจัดการกับทรัพย์สินของพระยาตนเองทันทีไม่ว่าจะเป็นเหรียญทองคำ

หรือแม้แต่รถยนต์และเงินสดนายสุรัตน์ก็นำไปครอบครองทั้งหมดจากการที่เจ้าหน้าที่สอบสวนเบื้องต้นพบว่านายสุรัตน์นั้นเป็นผู้ลงมือนำงูมาปล่อยเพื่อฆ่าภรรยาจริงโดยเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่าที่จริงแล้วนั้นเขาได้มีการก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้โดยในครั้งแรกนั้นเขาไปหาซื้องูแมวเซามาจากทางอินเทอร์เน็ตหลังจากนั้นก็นำมาปล่อยให้งงแมวเซากัดภรรยาของเขา

แต่ในครั้งนั้นพญาของเขาโชคดีมากที่มีคนมาช่วยเหลือเอาไว้ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและทางโรงพยาบาลก็สามารถรักษาอาการงูกัดของภรรยาของเขาได้ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาและนอนอยู่โรงพยาบาลนานถึง 2 เดือนด้วยกัน และหลังจากที่ภรรยาของเขากลับมาอยู่บ้านนั้นนายสุรัตน์ก็เริ่มหาช่องทางที่จะกำจัดเมียของตนเองอีกครั้งเขาพยายามเข้าไปศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของงู

ละวิธีการจับงูโดยเขามุ่งเน้นในเรื่องของการดูทุกเรื่องเกี่ยวกับงูจนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมนี้เองเขาก็ได้ก่อเหตุใหม่อีกครั้งหนึ่งโดยทำการซื้องูเห่ามาจากเพื่อนซึ่งระหว่างที่ภรรยาของนายสุรัตน์กำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนของตนเองนั้นเขาก็แนะนำงูเห่ามาปล่อยเอาไว้ในห้อง

และเพื่อไม่ให้มีการผิดพลาดทำเป็นแกล้งนอนหลับอยู่ในห้องด้วยเช่นเดียวกันแต่เขาก็คอยระวังไม่ให้งูเห่ามาอยู่ใกล้เขาซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ภรรยาของนายสุระนั้นถูกงูเห่ากัดแต่ถึงแม้งูเห่าจะกัดภรรยาของเขาไปแล้วแต่เขาก็ไม่ส่งเสียงโวยวายจนกระทั่งแม่ของภรรยามาเห็นงูเห่าว่ากัดลูกสาวของเขาแม่ของผู้เสียชีวิตจึงได้มีการร้องให้คนมาช่วยและนำภรรยาของเขาส่งโรงพยาบาล

ซึ่งในครั้งนั้นทำให้เขาไม่ต้องแสดงอาการตกใจว่ามีงูเห่าอยู่ในห้องของเขาและภรรยาส่วนสาเหตุที่เขานำงูเห่ามากัดภรรยาให้เสียชีวิตถึง 2 ครั้งด้วยกัน

นั้นเนื่องจากว่าเขาต้องการที่จะเลิกกับภรรยาแล้วไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นแต่ติดตรงที่ว่าหากเขาอย่าขาดจากภรรยาเขาก็จะต้องเสียทรัพย์สินบางส่วนไปในครั้งยังมีทรัพย์สินของภรรยาที่เขายังอยากได้อยู่ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจวางแผนที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุเหมือนว่ามีงูเข้ามากัดภรรยาของเขาเสียชีวิตนั่นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  บาคาร่าsagame

โพสท์ใน ข่าวที่น่าสนใจ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำรวจจับกุมชายชาวอินเดียปล่อยงูให้ไปกัดเมียตอนเมียหลับ 

หญิงสาวไม่พอใจเจอคนมาหยิบของจากตู้ปันสุข

หญิงสาวไม่พอใจเจอคนมาหยิบของจากตู้ปันสุขไปตั้งขายที่ตลาดทำเอาคนเอาของมาบริจาคหมดกำลังใจ 

            เป็นเรื่องดังสนั่นเมืองกันอีกรอบไม่มีคุณป้าคนหนึ่งได้มีการหยิบของจาก ตู้ที่เปิดบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลนได้นำไปใช้อุปโภคบริโภคซึ่งเรียกกันว่า  ตู้ปันสุข ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ชาวบ้านรวมตัวกันไม่ต้องการช่วยเหลือคนที่ไม่มีจริงๆสามารถมีกินมีใช้ได้ในช่วงนี้ด้วยการมาหยิบของจากในตู้ที่มีการนำไปบริจาคเอาไว้ให้

โดยมากจะมีการติดป้ายกำกับเอาไว้ว่าให้หยิบไปแต่พอดี ซึ่งตู้ปันสุขมีการนำมาตั้งประเทศหลายจุดเลยทีเดียวก่อนหน้านี้เคยมีดราม่ามาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับคนที่มาหยิบของบริจาคจากตู้ปันสุขบางคนก็หยิบไปมากจนเกินความจำเป็นไม่เหลือเผื่อแผ่ให้กับคนอื่นเลยในขณะที่บางกระแสคนที่นำของมาบริจาคก็ได้รับความเดือดร้อนจากการที่คนมาหยิบของที่ตู้ปันสุข

แล้วไม่ได้ของทำให้ไปด่าทอเจ้าของตู้ก็มีหลายคนท้อแท้ไม่นำของมาบริจาคอีกเลยเท่านั้นยังไม่พอยังมีดราม่าเมื่่อมีหญิงคนหนึ่งไปนำของจากไงตู้ปันสุขมาวางขายตามตลาดนัดซึ่งมีคนเห็นเหตุการณ์ซึ่งในตอนนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวปฏิเสธแต่ก็มีพยานหลักฐานสามารถจะพิสูจน์ได้ว่าของที่เธอนำมาขายนั้นเป็นของที่เธอหยุดมาจากตู้ปันสุข นั่นเอง

วันนี้กลับมาอีกแล้วกับกระแสดราม่าเรื่องเดิมคุณป้าท่านหนึ่งนำของจากตู้ปันสุขออกมาวางขายรอคนที่เห็นสินค้ารู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นของพี่มาเอาจากตู้ปันสุข  เนื่องจากว่าที่ข้างกล่องมีการเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าเป็นของบริจาคมาจากตู้ปันสุขนั่นเองซึ่งชุดที่คุณป้าเอาของไปขายนั้นแถวบริเวณตลาดย่านปทุมธานีทำให้คนที่เห็นมาเอาของบริจาคมาขายเกิดความรู้สึกรับไม่ได้เลยเธอ

นี่มีการถ่ายรูปป้าเขามาขายพร้อมทั้งระบุเรื่องราวและพิกัดว่ามีการขายอยู่ที่ไหนสำคัญเธอได้มีการออกมาเรียกร้องไม่ให้คนซื้อของที่เป็นของบริจาคเบอร์โทรมาบอกว่าสิ่งที่คุณป้าคนนั้นทำนั้นไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรเพราะของเรานั้นคือของที่มีคนเอามาฝากไว้แล้วคุณป้าไม่ได้ข้อมูลมาแต่เป็นการทำผิดนะทำผิดวัตถุประสงค์ของคนที่ต้องการบริจาคพวกเขาต้องการบริจาคให้กับคนที่ยากไร้จริงๆ

ได้เอาไปต่อชีวิตด้วยการมีกินมีใช้แต่ไม่ได้ต้องการให้เอาของพรุ่งนี้มาขายต่อเพื่อเอาเงินให้เข้ากระเป๋าตัวเองหลายคนมองว่าพฤติกรรมแบบนี้อาจจะมีคนทำมาแล้ว หลายคนแต่เราอาจจะไม่เห็นทำให้หลายคนที่เคยนำเข้าของมาบริจาคเริ่มรู้สึกท้อแท้และไม่กล้าที่จะเอาของมาบริจาคอีก เพราะเกรงว่าหากนำมาบริจาคก็จะถูกนำมาวางขายแบบนี้ซึ่งไม่ถูกหลักจิตณรงค์ของผู้บริจาคแต่อย่างใด

 

สนับสนุนโดย  sagame เอเชีย

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน หญิงสาวไม่พอใจเจอคนมาหยิบของจากตู้ปันสุข

ญาติของสาวถูกพ่อสามียิงดับ เชื่อว่าเป็นฝีมือสามีมากกว่าฝีมือพ่อสามี

           ก่อนเหน้านี้เคยมีข่าวเมื่อประมาณวันที่ 18 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563 ว่ามีคนถูกยิงทีบ้านในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง และมาเสียชีวิตขณะที่กำลังนำร่างส่งรักษาที่โรงพยาบาลท่าศาลา 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น สามีของผู้เสียชีวิตอ้างว่าตัวสามีและพ่อของสามีของผู้เสียชีวิตได้มีการทะเลาะกันและพ่อของสามีก็นำปืนเดินเข้ามาในบ้านหวังจะมายิงลูกชายของตัวเองเสียชีวิตแต่ว่ากระสุนปืนด้าน หลังจากนั้นลูกชายจึงได้มาแย่งปืนและเมื่อภรรยาของลูกชายมาเห็น

ก็เกิดการแย่งปืนกันขึ้นและมีการทำปืนลั่นใส่ฝ่ายหญิงจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางฝ่ายลูกชายบอกว่าพ่อเป็นคนไล่ไกปืนใส่ลูกสะใภ้และเมื่อพ่อสามีเห็นว่าลูกสะใภ้ล้มลงเพราะถูกระสุนปืนเขาก็วิ่งหนีหายออกจากบ้านไป

โดยตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนมีเพื่อนบ้านยืนยันว่าพวกเขาได้ยินพ่อลูกคู่นี้ทะเลาะกันบ่อยครั้งมาก โดยผู้เสียชีวิตชื่อว่านางพัชรี และเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากเหตุการณ์ผ่านได้ไม่ถึงวัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามจับกุมตัวคนร้ายได้เรียบร้อยแล้ว

โดยคนร้ายนั้น เป็นคนรับสารภาพเองว่าเขาเป็นคนก่อเหตุยิงนางสาวพัชรี เอง และหลังจากที่เขายิงนางสาวพัชรี เรียบร้อยแล้วเขาก็ได้ไปขออาศัยอยู่ที่บ้านของญาติของตัวเอง ซึ่งหลังจากถูกจับกุมนายแบบคนที่ก่อเหตุยิงลูกสะใภ้เสียชีวิตแล้ว เขาก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำของเขามาก โดยเขาไม่คิดว่ากระสุนปืนจะไปโดนลูกสะใภ้จนเสียชีวิต

     และหลังจากนางสาวพัชรีเสียชีวิตแล้วทางด้านญาติของเธอก็ได้นำร่างของเธอไปบำเพ็ญกุศล ซึ่งทางญาติของนางสาวพัชร นั้น ยังมีความครางแครงใจว่าที่จริงแล้วใช่พ่อของสามีของเธอจริงหรือไม่ เพราะทางด้านพี่ชายของนางสาวพัชรี ได้รู้มาว่าน้องสาวของตัวเองนั้นเคยมาปรับทุกข์กับครอบครัวของเธอและพี่ชายว่าอยากจะเลิกกับสามี

เพราะว่านางสาวพัชรีมักจะถูกสามีซ้อมอยู่เป็นประจำ และที่สำคัญครอบครัวไม่อยากจะเชื่อว่านางสาวพัชรีนั้น จะเอาตัวเองไปรับกระสุนแทนสามีของตัวเอง และพวกเขายังบอกอีกด้วยว่าเคยเห็นบาดแผลที่ยิงนางสาวพัชรีแล้ว เหมือนเป็นการตั้งใจยิงมากกว่า

และที่ลำตัวของนางสาวพัชรี ยังมีร่องรอยเขียวช้ำเต็มไปหมด อย่างไรก็ตามครอบครัวของนางสาวพัขรี ยังคงไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของนาย แนบพ่อสามีทุกคนยังเชื่อว่าสามีของนางสาวพัชรีอาจจะมีอาการคลั่งยาเสพติดแล้วลงมือทำร้ายนางสาวพัชรี และนายแนบยอมรับผิดแทน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ญาติของสาวถูกพ่อสามียิงดับ เชื่อว่าเป็นฝีมือสามีมากกว่าฝีมือพ่อสามี

ตา กับ ยาย ขาโหดไล่แทงหนุ่ม ร.ป.ภ เสียชีวิต

วันนี้อยู่กับอีกเรื่องหนึ่งมาดูเรื่องในกรณีของคุณยายกันหน่อยซึ่งได้เป็นเหตุการณ์ที่เห็นบอกว่าคุณยายอายุ70แล้ว

ซึ่งได้เป็นคุณตาและคุณยายวินมอไซค์รับจ้างที่ได้เข้าไปทะเลาะกันกับ ร.ป.ภ. ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งและสุดท้ายก็ได้มีเรื่องตีกันในตอนแรกก็ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาดกันก่อนแต่ทางฝั่ง  ร.ป.ภ เองก็พยายามที่จะห้ามก็คือเขาจะไม่ให้จอดรถที่นี่และอีกฝั่งหนึ่ง

ก็เป็นคุณยายกับคุณตาซึ่งชาวบ้านแถวนั้นก็ได้ถ่ายรูปเอาไว้ได้เห็นบอกว่าสุดท้ายทางฝั่งของคุณยายวัยอายุ70ปีได้ใช้มีดก็ได้ใช้มีดทิ่มเอาไปที่หลังของ ร.ป.ภ ล่าสุด ร.ป.ภ ก็ได้เสียชีวิตลงแล้ว คุณ  อายุ36ปี ได้ถูกของมีคมก็คือมีดที่ฝั่งของคุณยายนั้น

ได้ถือมาแทงพนังงาน ร.ป.ภ เข้าไป1แผลแต่ว่ามันได้เข้าไปลึกมันก็เลยได้เป็นแผลชกันและก็ได้มีร่องรอยก็ถูกแทงที่กลางหลังอีกด้วย แสดงว่าก่อนที่เขาจะหาไม้เอาไปตีคุณยาย แกได้ถูกแทงที่หน้าอกมาแล้วแล้วคุณยายก็เลยแทงเข้าไปที่ข้างหลัง ล่าสุดหลังจากที่ได้เกิดเหตุทางตำรวจเองเห็นบอกว่าได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยและก็ได้มีทีมข่าวลงไปที่เกิดเหตุด้วย

ซึ่งเราก็ได้ไปเจอกับนายโด้ ซึ่งนายโด้เองก็ได้พักอาศัยอยู่ตรงที่หอบริเวณที่ได้เกิดเหตุแล้วก็ยังเล่าให้ฟังอีกว่านายสถาพรจริงๆแล้วแก่ได้เป็น ร.ป.ภ และที่สำคัญก็คือคุณตาและคุณยายแก่ขับวินมอไซค์รับจ้าง ผู้ตายคือมันได้มีอุบัติเหคุเกิดขึ้นมอไซค์ของคุณตาก็ได้ขับไปเฉียวกับรถเก๋งคันหนึ่ง

เขาก็เลยจอดรอเพื่อให้ประกันนั้นมาเคลียร์และทางฝั่งของ  ร.ป.ภ ก็ได้มาบอกว่าคุณยายช่วยย้ายรถหน่อยได้หรือเปล่าเพราะว่ามันขวางทางเข้าออกและคุณยายเหมือนกับว่าไม่พอใจแก่ก็ได้ทะเลาะวิวาดกันซึ่งสาเหตุมันก็มีแค่เพียงแค่เรื่องนี้ตัวของรถเก๋งที่ชนตากับยายเอง

ก็ยังไม่มีปัญหา แต่ตากับยายเหมือนกับว่าโมโหขับรถชนแล้วก็อารมณ์ไม่ดีจนสุดท้ายก็เลยมีเรื่องทะเลาะวิวาดกันในตอนนั้นเพื่อนของ  ร.ป.ภ เองหรือว่าเพื่อนวินเขาก็ได้พยายามที่จะห้ามแต่สุดท้ายก็แยกกันไม่ได้อารมณ์ร้อนทั้งคู่กันเลยและก็ยังได้มีเสียงของคุณยาย ยายยังได้บอกว่า  ร.ป.ภ เดินมาไล่ไม่ให้จอดรถและก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีและ ร.ป.ภ ก็จะะเอาไม้มาตีฉัน คืออย่างที่ได้ทราบกันก็คือฝั่งของคุณตา ได้ไปมีเรื่องกับรถก่อนเพราะว่ามีการเฉียวชนกันมีกล้องวงจรปิด

 

สนับสนุนโดย  bk8 pc

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตา กับ ยาย ขาโหดไล่แทงหนุ่ม ร.ป.ภ เสียชีวิต

สงสารยายตาบอด นอนกอดศพ ไม่รู้ลูกชายตายแล้ว

           มีเรื่องให้ชวนเศร้าใจเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งที่อยู่ชั้น 5 ของคอนโดมหาทรัพย์คอนโดอยู่ในเขตกรุงเทพฯกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้สาเหตุเนื่องจากว่ามีหญิงชราคนหนึ่งซึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้างโดยปกติแล้วจะอาศัยอยู่กับลูกชายวัย 54 ปี

อยู่ด้วยกันเพียงลำพังสองคนซึ่งลูกชายจะเป็นคนหาเลี้ยงหญิงชราโดยลูกชายนั้นชื่อว่านายสุวรรณ  ปกติแล้วนายสุวรรณจะมีอาชีพขับรถแท็กซี่ซึ่งจะต้องไปเช่ารถแท็กซี่จากเจ้าของอู่โดยเสียค่าเช่าวันละ 300 บาทในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไวรัสคือระนาดนายสุวรรณได้ขออนุญาตเจ้าของอู่นำรถแท็กซี่มาจอดที่คอนโด

เพราะบางทีจะต้องกลับมาซื้อข้าวและมาป้อนข้าวแม่ในช่วงกลางวันและช่วงเย็นซึ่งเจ้าของอู่ก็อนุญาตเป็นอย่างดีโดยเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณ 16:00 นเจ้าของอู่ได้เดินทางมาที่คอนโดของนายสุวรรณ

เนื่องจากว่าไม่สามารถติดต่อกับนายสุวรรณได้มา 2 วันแล้ว  ซึ่งโดยปกติแล้วในส่วนจะต้องมีการไปจ่ายค่าเช่าที่อู่ทุกเย็นแต่ผ่านมา 2 วันแล้วนายสุวรรณยังไม่มีการติดต่อจ่ายค่าเช่าและเมื่อโทรไปนายสุวรรณก็ไม่รับสายทางเจ้าของอู่จึงได้เดินทางมาหานายสุวรรณที่คอนโดหลังจากที่ขึ้นไปบนห้องก็ได้มีการตะโกนเรียกพร้อมกับผักประตูซึ่งพบว่าประตูไม่ได้ลงกลอนแต่เมื่อประตูเปิดเจ้าของอู่ก็ได้กลิ่นศพทำให้เจ้าของอู่ต้องรีบเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ก็พบว่านายสุวรรณนอนเสียชีวิตอยู่กลางห้องนอนพร้อมกันนั้นก็มีแม่ของนายสุวรรณนอนกอดศพอยู่ข้างๆโดยที่หญิงชราไม่รู้เลยว่าลูกชายของตนเองนั้นได้เสียชีวิตมาแล้วถึง 2 วันด้วยกันเมื่อเจ้าของอู่ได้มีการบอกหญิงชราว่านายชวนเสียชีวิตแล้ว

ทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมากเพราะเธอเหลือแค่นั้นส่วนเพียงแค่คนเดียวเธอบอกกับฉันเจ้าของหมู่บ้านเธอไม่รู้ว่านายชวนเสียชีวิตคิดว่าแค่นอนหลับเท่านั้นและเธอเองนั้นก็ไม่ได้กินข้าวมา 2 วันแล้วเพราะโดยปกติแล้วนายสุวรรณจะเป็นคนหาข้าวหาน้ำมาให้เธอกินเมื่อเจ้าของอู่เห็นศพนายสุวรรณจึงได้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาชันสูตรพลิกศพ

ซึ่งเมื่อกู้ภัยเดินทางมาถึงและทางเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงต่างก็รู้สึกเวทนากับภาพที่เห็นตรงหน้ามากเพราะหญิงชราที่ตาบอดกำลังนั่งลูกหัวลูกชายของตนเองพร้อมกับร่ำไห้ไปด้วยอย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานไปยังบ้านพักคนชราเพื่อมารับตัวหญิงชราไปทำการดูแลต่อไปซึ่งจะว่าเธอนั้นไม่มีญาติที่ไหนแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวมาจาก  bk8th

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน สงสารยายตาบอด นอนกอดศพ ไม่รู้ลูกชายตายแล้ว

ชายขี้เมา ฆ่า 3 ศพเพราะไม่พอใจถูกนินทาว่าตัวเหม็น

         มีรายงานข่าวที่จังหวัดชัยภูมิเมื่อวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมพ.ศ 2553 พบว่ามีชายขี้เมาคนหนึ่งชื่อว่านายสุรศักดิ์เกิดอาการคุ้มคลั่ง อาละวาดทำร้ายผู้คนในหมู่บ้านโดยการใช้มีดปลายแหลมพยายามแข็งคนที่ผ่านไปผ่านมา

ซึ่งมีชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกในโทรศัพท์ใช้มีดแทงโดยมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 1 คนและเสียชีวิต 2 คนแต่ผู้บาดเจ็บนั้นเมื่อมีการถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาจึงทำให้รวมแล้วนายสุรศักดิ์ฆ่าคนตายไปทั้งสิ้นถึง 3 คนด้วยกันโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17:50 น.เบื้องต้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีเหตุการณ์แทงกันตายนั้นต่างพื้นบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ได้บอกว่านายสุรศักดิ์นั้นเป็นคนติดเหล้าอย่างมากปกติแล้วจะต้องกินเหล้าทุกวันเป็นประจำซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อนายสุรศักดิ์กำลังนั่งกินเหล้าอยู่อยู่ก็มีอาการคุ้มคลั่งเกิดมาโดยที่ไม่มีใครทราบสาเหตุมาก่อนหลังจากนั้นก็ไปหามีดปลายแหลมแล้วก็ออกไปบ้านของนายหลอด

ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของนายสุรศักดิ์แค่ 20 เมตรเท่านั้นหลังจากเจอหน้านายหลอดนายสุรศักดิ์ก็ใช้มีดไล่แทงในหลอดทันทีซึ่งตอนนั้นในหลอดกำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าบ้านจึงทำให้เห็นว่านายสุรศักดิ์นั้นจะใช้มีดมาแทงทำให้นายหลอดนอนจมกองเลือด

เนื่องจากว่านายสุรศักดิ์แพงไปทั้งหมด 3 แผงด้วยกันเมื่อมีการแทงนายหล่อจนเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วนายสุรศักดิ์ก็เดินทางไปยังบ้านหลังที่ 2 ซึ่งเป็นบ้านของนางเสบียงซึ่งในตอนนั้นเองนางเสบียงกำลังทำอาหารอยู่ในครัวซึ่งบ้านของนางเสบียงนั้นอยู่ด้านหลังบ้านของนายสุรศักดิ์เมื่อนายสุรศักดิ์เดินทางมาถึงก็ตรงเข้าไปแทนนางเสบียงอยู่หลายแผลจนทำให้ชิ้นส่วนภายในไหลทะลักออกมาและได้รับบาดเจ็บสาหัสจนมีคนนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ก็มาเสียชีวิตซะ

ก่อนถึงบ้านของนางแสดงนั้นก็อยู่ห่างจากบ้านของนายสุรศักดิ์แค่ 40 เมตรเท่านั้นส่วนใหญ่อีกคนหนึ่งที่ถูกนายสุรศักดิ์แพงนั้นที่ว่านายฉลองซึ่งนายฉลองนั้นนอนตายอยู่ในเขตนาของตนเองเพราะว่าตอนที่นายสุรศักดิ์เดินทางไปทางนายฉลองนั้นนายฉลองกำลังมาทำนาอยู่เลยจุดที่นายฉลองเสียชีวิตนั้นก็ห่างจากบ้านของนายสุรศักดิ์แค่ 100 เมตร

เท่านั้นซึ่งทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันหวาดกลัวไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อเลยทุกคนต่างปิดบ้านเงียบเพราะกลัวว่านายสุรศักดิ์จะเดินเข้ามาในบ้านและแทงกันเองซึ่งในโทรศัพท์เองก็ได้มีการคุ้มคลั่งเดินไปทั่วทั้งหมู่บ้านและ

เมื่อสร่างเมาแล้วจึงได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสาเหตุที่นายสุรศักดิ์อาละวาดไล่แทงคนอื่นนั้นเขาบอกว่าเนื่องจากว่าเขากินเหล้าอยู่เป็นประจำทำให้ตัวเขามีกลิ่นเหล้าดังนั้นเขาจึงมักได้ยินคนอื่นนินทาเขาว่าตัวเหม็นทำให้เขาไม่พอใจ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทางเข้าbk8

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ชายขี้เมา ฆ่า 3 ศพเพราะไม่พอใจถูกนินทาว่าตัวเหม็น

ขนมจีบมรณะ ตรวจพบมีไส้หมูผสม

            เกี่ยวกับข่าวขนมจีบมรณะ  ที่มีคนซื้อขนมจีบที่มีรถวิ่งมาขายตามบ้านคนและเมื่อชาวบ้านซื้อกินต่างก็มีอาการท้องเสีย   คลื่นไส้อาเจียน   รวมถึงมีผู้เสียชีวิต 1 รายจากการกินขนมจีนในครั้งนี้จนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตอยู่หลายวัน

ซึ่งหลังจากที่มีผู้เสียชีวิตและเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจากอาการท้องเสียเฉียบพลันจากการจีนขนมจีบเข้าไปนั้นทางเจ้าของที่ขายขนมจีบเองก็ให้การปฏิเสธออกมาว่าขนมจีบของเธอนั้นไม่ได้ทำเองแต่รับมาจากที่อื่นอีกทอดหนึ่งแต่เธอขายขนมจีบนี้มาหลายปีแล้วก็ไม่เคยมีปัญหาซึ่งเคยยืนยันได้ว่าขนมจีบของร้านนี้สะอาดและปลอดภัยสดใหม่แน่นอนซึ่งหลังจากที่มีข่าวเรื่องของกินขนมจีบแล้วเสียชีวิต

ทำให้แม่ค้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากโดยมีข่าวต่อมาหลังจากนั้นว่าครอบครัวของแม่ค้าได้เดินทางไปเคารพศพผู้ที่เสียชีวิตจากการกินขนมจีบแต่ก็มีดราม่าต่อมาอีกว่าหลังจากที่ไปไหว้ศพแล้วครอบครัวของแม่ค้าได้มีการปักธูปหัวซึ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตมองว่าเป็นการสาปแช่งผู้เสียชีวิต

โดยออกมามีกระแสดราม่าอีกว่าหากไม่สะดวกหรือไม่อยากที่จะมาไหว้เคารพศพก็ไม่สมควรมาและไม่สมควรกระทำการปักธูปกลับหัวแบบนี้โดยทางด้านลูกของผู้เสียชีวิตต้องการที่จะให้ครอบครัวของแม่ค้ากลับมาไหว้ขอขมาศพอีกครั้งหนึ่งซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกไปทางแม่ค้ายืนยันจะไม่ไปขอขมาอย่างเด็ดขาดและยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีการปักธูปกลับหัวแน่นอน 

     และเนื่องจากมีผู้ที่เสียหลายคนและยังมีผู้เสียชีวิตด้วยทำให้สำนักงานสาธารณสุขประจำจังหวัดฉะเชิงเทราต้องออกมาประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบขนมจีบที่มีคนกินแล้วเสียชีวิตในครั้งนี้โดยเมื่อมีการตรวจสอบไปพบว่าร้านค้าที่เป็นผู้ผลิตขนมจีบนั้น

เป็นคนอิสลามดังนั้นขนมจีบจึงเป็นขนมจีบไส้ไก่เท่านั้นไม่มีหมูแน่นอนและในวันที่มีคนซื้อขนมจีบของแม่ค้ามากินนั้นเป็นวันที่คนที่ผลิตขนมจีบไม่สบายและมีการปิดร้านพอดีจึงทำให้ทราบข้อมูลได้ว่าแม่ค้าที่รับขนมจีบมาขายนั้นเมื่อได้รับมาจากร้านเดิมแน่นอนซึ่งทางแม่ค้าเองก็ยังให้การปฏิเสธไม่ยอมรับทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม

ว่าแม่ค้าไปนำขนมจีบจากร้านไหนมาขายแต่เบื้องต้นหลังจากที่ได้นำขนมจีบที่มีคนกินแล้วท้องเสียและเสียชีวิตมาทำการตรวจสอบพบว่าภายในมีการบรรจุไส้หมูผสมอยู่ด้วยซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ร้านที่แม่ค้าระบุว่าไปรับมาอย่างแน่นอนเพราะร้านนั้นจะไม่ทำขนมจีบไส้หมู

ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องพยายามเน้นสอบถามกับแม่ค้าให้ยอมรับให้ได้ว่าขนมจีบพี่นำมาขายให้กับลูกค้าจนมีเหตุคนท้องเสียจำนวนมากถึง 20 กว่าคนนั้นรับมาจากไหนและเพื่อที่จะได้ดำเนินคดีตาม กฎหมายกับแม่ค้าได้ต่อไป

 

สนับสนุนโดย  bk8

โพสท์ใน ข่าวดังในวันนี้ | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ขนมจีบมรณะ ตรวจพบมีไส้หมูผสม

กำลังวิกฤติเมื่อพบว่าต้นเหตุของคนติดเชื้อไวรัส

ประเทศกานา กำลังวิกฤติเมื่อพบว่าต้นเหตุของคนติดเชื้อไวรัสคนเดียวสามารถแพร่เชื้อให้เพื่อนได้ถึง 500 คน 

       มีรายงานข่าวจากประเทศกานาออกมาโดยมีประธานาธิบดีของประเทศกานาเองที่เป็นคนยืนยันข้อมูลนี้ว่าที่โรงงานแห่งหนึ่งได้ตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจำนวนทั้งสิ้น  500 คนโดยพบว่าต้นเหตุของคนที่นำเชื้อไวรัสนี้มาแพร่นั้นมีแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งทำให้เห็นว่ายิ่งมีการตรวจสอบมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากยิ่งขึ้นเท่านั้นจากการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศโดยมีการรายงานเมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมพศ2563 ประธานาธิบดีของประเทศกานาที่ชื่อว่านาย นานา  ได้มีการออกมาแถลงการณ์ถึงจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าว่าได้มีการสำรวจโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งโรงงานแห่งนี้มีจำนวนคนงานหลายร้อยคนโดยโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่เป็นโรงงานที่เกี่ยวกับการแปรรูปปลาเมื่อเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุข

ได้มีการนำคนงานทั้งหมดเข้าไปทำการตรวจสอบหาเชื้อไวรัสก็พบว่าจากคนงานที่มีทั้งสิ้น 533 คนเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกับพบว่ามีคนงานถึง 500 คนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าคนที่มีอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าครั้งแรกนั้นเขาเป็นคนที่เดินทางมาจากอีกเมืองหนึ่งซึ่งมีการติดเชื้อมาแล้วก่อนหน้านั้นแต่ไม่ได้มีการแจ้งทางการหลังจากนั้น

ก็เข้ามาทำงานในโรงงานและมีการแพร่เชื้อให้กับคนอื่นรวมทั้งสิ้นถึง 500 คนด้วยกันทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อของประเทศที่อยู่ในแถบแอฟริกาซึ่งเป็นแอฟริกาตะวันตกนั้นมีจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดปัจจุบันนี้มีผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและถึง 4700 คนและยังคงมีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาซึ่งเมื่อทางการได้มีการนำเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขเข้าไปทำการตรวจสอบตามหมู่บ้านและตามโรงงานต่างๆก็มักจะพบว่าบุคคลทั้งในหมู่บ้าน

และในโรงงานต่างก็พากันติดเชื้อไวรัสบนหน้าด้วยกันทั้งนั้นซึ่งถ้าหากไม่ได้มีการออกไปสำรวจก็จะไม่พบเลยว่าใครมีการติดเชื้อบ้างเพราะว่าชาวบ้านไม่มีการติดต่อมายังโรงพยาบาลเพื่อขอการรักษาเลยโดยส่วนใหญ่แล้วประชาชนของประเทศกานานั้นเป็นประชาชนที่ค่อนข้างยากจนดังนั้นพวกเขาจึงมักที่จะไม่ไปโรงพยาบาลถึงแม้ว่าจะมีอาการเจ็บป่วยก็ตามทำให้สบายของประเทศกานา

ไม่สามารถที่จะระบุสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่แท้จริงได้ว่าที่จริงแล้วประเทศของเขาในปัจจุบันนี้มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากถึงเท่าไหร่แล้วซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากเพราะไม่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้เลยเนื่องจากว่า 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้กับได้อีกหลายร้อยคนและจากการที่ทั้ง๕๐๐คนที่ทำงานอยู่ในโรงงานนั้นยังไม่รู้ตัวเอง

ว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเขาก็เดินทางออกไปนอกโรงงานรวมถึงไปแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านซึ่งทำให้การติดเชื้อนั้นมีการขยายใหญ่มากขึ้นทั้งนี้ทางประธานาธิบดีของประเทศกานากำลังเร่งดำเนินการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขครูพรหมนำคนมาทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าและส่งรักษาต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  bk8 fast

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน กำลังวิกฤติเมื่อพบว่าต้นเหตุของคนติดเชื้อไวรัส

ตำรวจจับชายข่มขืนหลานตัวเองที่หนีคดีมานาน 9 ปี

      จากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าไปจับตัวชายคนหนึ่งชื่อว่านายสวาทซึ่งถูกการออกหมายจับจากศาลจังหวัดอุดรธานีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554

ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหลานตัวเองซึ่งขนาดนั้นหลานของเขาอายุแค่เพียง 10 ขวบเท่านั้นโดยผู้ต้องหาถูกจับกุมได้ที่จังหวัดชลบุรีเนื่องจากหนีมาตั้งแต่ก่อเหตุตั้งแต่ปี 54 แล้วด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ

คนหนึ่งถูกผู้ต้องหาหลอกล่อว่าจะพาไปหัดขี่รถมอเตอร์ไซค์ตรงป่าอ้อยใกล้ๆบ้านซึ่งเด็กหญิงก็หลงเชื่อเนื่องจากว่าเป็นอาของตนเองและเมื่อไปถึงป่าอ้อยผู้ต้องหาก็ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนเด็กหลังจากนั้นก็มีการข่มขู่ไม่ให้เด็กนำเรื่องนี้ไปบอกกับใคร

โดยครูว่าจะฆ่าหากมีการบอกให้คนอื่นทราบซึ่งหลังจากที่ข่มขืนเด็กเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้ต้องหาก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกจากพื้นที่ที่เกิดเหตุซึ่งหลังจากที่เด็กหญิงรอดออกมาได้ก็ไปทำการบอกแม่ให้รู้เรื่องดังกล่าวจนแม่ของเด็กหญิงเด็กหญิงไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจ

ซึ่งนำมาการถึงการจัดกลุ่มในครั้งนี้และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พยายามติดตามหาตัวคนร้ายมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันทราบว่าคนร้ายได้หนีมาหลบซ่อนตัวทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรีอยู่ภายในซอยนาจอมเทียน 25 จึงได้เข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทันที

ซึ่งขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมตัวผู้ต้องหานั้นชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกันว่าตั้งแต่ผู้ต้องหามาอยู่ที่จังหวัดชลบุรีนั้นก็เป็นคนขยันขันแข็งมาโดยตลอดเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนพูดจาดีไม่คิดว่าจะเป็นคนร้ายที่หนีคดีมา

และคดีก็ยังเป็นคดีข่มขืนหลานอีกด้วยหลายคนที่รู้ว่าผู้ต้องหาถูกตำรวจจับกุมข้อหาข่มขืนหลานนั้นต่างก็ไม่ค่อยเชื่อกันมากนักเพราะว่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็ต้องหางานทำตัวดีมาตลอด

       เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 54 เพิ่งจะมาจับตัวคนร้ายได้เมื่อตอนปี 63 ผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้วถึงจะสามารถติดตามหาตัวคนร้ายได้โชคดีมากที่ยังสามารถจับกุมตัวได้เพราะไม่อย่างนั้นถ้าหากเกิน 10 ปีขึ้นไปคดีก็จะหลุดผู้ต้องหาก็จะพ้นผิดซึ่งคนที่ข่มขืนแม้กระทั่งหลานตัวเอง

ได้นั้นควรจะถูกเจ้าหน้าที่ส่งไปลงโทษให้หลาบจำให้มากที่สุดคดีที่ญาติของตนเองข่มขืนคนในครอบครัวหรือแม้แต่คนข้างนอกข่มขืนคนอื่นน่าจะมีการลงโทษให้สาสมมากกว่านี้เพราะความผิดในเรื่องของคดีข่มขืนอาจจะยังเบาเกินไปทำให้คนก่อเหตุข่มขืนยังคงมีอยู่และมีข่าวเกือบทุกวันเกี่ยวกับเรื่องของการข่มขืนดังนั้นเจ้าหน้าที่ควรจะมีบทบาท แรงๆคนจะได้ไม่กล้าก่อเหตุข่มขืนคนอื่นอีก

 

สนับสนุนโดย  bk8thai

โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , | ปิดความเห็น บน ตำรวจจับชายข่มขืนหลานตัวเองที่หนีคดีมานาน 9 ปี